S.K. Polymer ผู้ผลิตชิ้นส่วนยางและพลาสติกไทย
มองเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังมีทั้งความท้าทายและโอกาส
SKP ร่วมงานสถาปนิก’68 โชว์นวัตกรรม Rubber Flooring, Traffic Control System และหวายรักษ์โลก NaturaPlas
คุณสุภาพ สุวรรณพิมลกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส.เค. โพลีเมอร์ จำกัด และรองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ได้เข้าร่วมให้สัมภาษณ์ในรายการ “Suthichai Live” กับคุณสุทธิชัย หยุ่น ในประเด็น “เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง น่ากังวลแค่ไหน?” ร่วมกับ ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และ ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย
ในการพูดคุยครั้งนี้ คุณสุภาพได้สะท้อนมุมมองจากภาคเอกชน ภาคการผลิต และภาคการส่งออก โดยเฉพาะในฐานะผู้บริหารของบริษัท เอส.เค. โพลีเมอร์ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจในฐานะ Rubber parts manufacturer ที่ผลิตชิ้นส่วนยาง ชิ้นส่วนพลาสติก และผลิตภัณฑ์ตามแบบลูกค้า สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ การแพทย์ อาหาร ระบบขนส่ง โครงสร้างพื้นฐาน และอุตสาหกรรมทั่วไป
ภาพรวมเศรษฐกิจไทยและความเสี่ยงในช่วงครึ่งปีหลัง
ในมุมมองของภาคเอกชน เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังยังคงเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัยพร้อมกัน หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นภาวะ “Perfect Storm” ที่เกิดจากทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในประเทศ
ปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาพลังงานและต้นทุนโลจิสติกส์ รวมถึงนโยบายภาษีการค้าของสหรัฐอเมริกาที่อาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศยังคงมีแรงกดดันจากปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น หนี้ครัวเรือน หนี้สาธารณะ และกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่
สำหรับบริษัท เอส.เค. โพลีเมอร์ จำกัด ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการบริหารต้นทุนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน ค่าแรงงาน ค่าขนส่ง และอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าวัตถุดิบบางส่วนและการส่งออกสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ ความผันผวนของค่าเงินบาทจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการวางแผนราคา การบริหารสัญญาซื้อขาย และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
ภาคส่งออกยังเติบโต แต่ต้องเพิ่มมูลค่าในประเทศให้มากขึ้น
แม้ภาคการส่งออกของไทยยังมีสัญญาณการเติบโต โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ และชิ้นส่วนอุปกรณ์สื่อสาร แต่หลายอุตสาหกรรมยังต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนจากต่างประเทศจำนวนมาก ก่อนนำมาประกอบและส่งออกต่อ
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการดูตัวเลขการส่งออกที่เติบโตเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาด้วยว่ามูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นสามารถหมุนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยได้มากน้อยเพียงใด หากภาคการผลิตของไทยยังมีบทบาทจำกัดในห่วงโซ่อุปทาน การเติบโตของการส่งออกก็อาจไม่สามารถสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยได้อย่างเต็มที่
ในมุมมองของ S.K. Polymer ประเทศไทยควรเร่งผลักดันการใช้ Local Content และ Regional Value Content (RVC) ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มการใช้วัตถุดิบ ชิ้นส่วน และกระบวนการผลิตภายในประเทศ รวมถึงสร้างความเชื่อมโยงระหว่างนักลงทุนต่างชาติกับผู้ผลิตไทยในห่วงโซ่อุปทาน
ในฐานะ Rubber parts manufacturer ของไทย S.K. Polymer เห็นโอกาสสำคัญในการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม ด้วยการผลิตชิ้นส่วนยาง ชิ้นส่วนพลาสติก ชิ้นส่วนขึ้นรูปตามแบบ ชิ้นส่วนซีล ยางกันกระแทก ยางอุตสาหกรรม และผลิตภัณฑ์ OEM/ODM ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ
การยกระดับผู้ผลิตไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก
ห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง หลายบริษัทต่างชาติมีแนวโน้มกระจายฐานการผลิตและมองหาพันธมิตรด้านการผลิตในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของผู้ผลิตไทยที่มีศักยภาพด้านคุณภาพ มาตรฐานการผลิต การส่งมอบ และความน่าเชื่อถือ
บริษัท เอส.เค. โพลีเมอร์ จำกัด มีความพร้อมในการสนับสนุนลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การทำแม่พิมพ์ การผลิตตัวอย่าง การขึ้นรูปยาง การฉีดพลาสติก การผลิตจำนวนมาก ไปจนถึงงานประกอบ โดยมุ่งเน้นคุณภาพ ความสม่ำเสมอ และการพัฒนาร่วมกับลูกค้าในระยะยาว
ในฐานะ Rubber parts manufacturer S.K. Polymer ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงกำลังการผลิตเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับความเชี่ยวชาญด้านวัสดุ การควบคุมคุณภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และความสามารถในการผลิตชิ้นงานตามข้อกำหนดเฉพาะของลูกค้า
ความท้าทายจากมาตรการการค้าระหว่างประเทศ
มาตรการทางการค้าระหว่างประเทศมีแนวโน้มเข้มงวดมากขึ้น ทั้งในด้านภาษี แหล่งที่มาของวัตถุดิบ แรงงาน สิ่งแวดล้อม ความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน และมาตรฐานสินค้า
สำหรับผู้ผลิตไทย การแข่งขันด้วยต้นทุนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ผู้ประกอบการจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานการผลิต ระบบเอกสาร การควบคุมคุณภาพ การตรวจสอบย้อนกลับ และความสามารถในการปฏิบัติตามข้อกำหนดของลูกค้าระดับสากล
S.K. Polymer ให้ความสำคัญกับการพัฒนากระบวนการผลิตและมาตรฐานคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนยางและพลาสติกที่มีความน่าเชื่อถือ
ความท้าทายของผู้ประกอบการและภาค SME
ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ยังคงเผชิญข้อจำกัดด้านเงินทุนหมุนเวียน การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ประกอบการจำนวนมากจำเป็นต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มเติมเพื่อรักษาความต่อเนื่องของการผลิตและการส่งมอบสินค้าให้เป็นไปตามสัญญากับลูกค้า แม้บางกรณีอาจต้องยอมรับกำไรที่ลดลงในระยะสั้น เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้าในระยะยาว
ในมุมมองของบริษัท เอส.เค. โพลีเมอร์ จำกัด การปรับตัวของผู้ประกอบการไทยจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งด้านการบริหารต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การยกระดับมาตรฐานโรงงาน และการขยายฐานลูกค้าไปยังอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ
สิ่งที่ภาครัฐควรเร่งสนับสนุน
ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาท การบรรเทาภาระต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ การป้องกันสินค้านำเข้าด้อยคุณภาพที่อาจกระทบต่อผู้ผลิตไทย รวมถึงการส่งเสริมการใช้ Local Content เพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ
นอกจากนี้ ควรเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและระบบราง เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ในระยะยาว ตลอดจนสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต
สำหรับ S.K. Polymer การพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องเกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันวิจัย เพื่อผลักดันนวัตกรรม วัสดุใหม่ และผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ตลาดโลกได้มากขึ้น
โอกาสของอุตสาหกรรมไทยในช่วงที่เหลือของปี
แม้เศรษฐกิจไทยจะเผชิญความเสี่ยงหลายด้าน แต่ยังมีโอกาสจากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก การย้ายฐานการผลิตมายังภูมิภาคอาเซียน และความต้องการชิ้นส่วนอุตสาหกรรมคุณภาพสูงในหลายกลุ่มธุรกิจ
อุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ อาหารแปรรูป ระบบขนส่ง โครงสร้างพื้นฐาน และเครื่องจักรอุตสาหกรรม ยังคงมีความต้องการชิ้นส่วนยางและพลาสติกที่มีคุณภาพและมาตรฐานสูง ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของผู้ผลิตไทย
บริษัท เอส.เค. โพลีเมอร์ จำกัด เชื่อว่าภาคอุตสาหกรรมไทยยังสามารถเติบโตได้ หากสามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก โดยมุ่งเน้นคุณภาพ นวัตกรรม ความยั่งยืน การเพิ่มมูลค่าในประเทศ และการเชื่อมโยงผู้ผลิตไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
ในฐานะ Rubber parts manufacturer ของไทย S.K. Polymer ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยาง ชิ้นส่วนพลาสติก และโซลูชันการผลิตตามความต้องการของลูกค้า เพื่อสนับสนุนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมไทยและตลาดต่างประเทศอย่างยั่งยืน

